การจัดการขนส่งระหว่างประเทศทางอากาศ (Air Freight)

ในปัจจุบัน เราสามารถแบ่งวิธีการเคลื่อนย้ายพัสดุออกได้เป็นหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางรถ ทางเรือ และทางเครื่องบิน ซึ่งการขนส่งแต่ละรูปแบบก็มีจุดเด่น ข้อดี และข้อด้อยที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น ความรวดเร็ว ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง รวมถึงระยะทางในการขนส่งที่สามารถทำได้
ในบทความนี้ BIRD Express ขอพาคุณมาทำความรู้จักกับ การขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) ว่าขนส่งบริการนี้ คืออะไร มีข้อดีอย่างไร รวมถึงประเภทสินค้าที่เหมาะสมในการใช้บริการนี้ และวิธีการเลือกใช้บริการอย่างไรบ้าง
https://www.shutterstock.com/image-photo/wide-body-transport-cargo-aircraft-airport-1404740561
(Alt: การขนส่งสินค้าทางอากาศ)
การขนส่งสินค้าทางอากาศคืออะไร ?
การขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) คือรูปแบบการขนส่งสินค้าทางเครื่องบิน ที่สามารถส่งพัสดุ สินค้าได้อย่างมีความรวดเร็วและความปลอดภัยสูง โดยวิธีการส่งพัสดุประเภทนี้ จะเหมาะกับการขนส่งพัสดุด่วนระหว่างจังหวัด หรือใช้ขนส่งประเภทสินค้าที่ต้องการการแข่งกับเวลา ยกตัวอย่าง เช่น การขนส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ ผักผลไม้ หรืออาหารสด เป็นต้น
ข้อดีของการขนส่งสินค้าทางอากาศ
การขนส่งสินค้าทางอากาศ มีข้อดี จุดเด่นที่เราอยากแนะนำให้คุณเลือกใช้งาน
- รวดเร็ว เหมาะกับการส่งพัสดุด่วน เพราะคุณสามารถดำเนินการด้านเอกสารได้ง่าย และเครื่องบินมีความเร็วในการเดินทางที่ดีกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งพัสดุด้วยยานพาหนะอื่น ๆ
- มีเวลาแน่นอน เพราะพัสดุเหล่านี้ มักจะถูกขนส่งพร้อมกับเครื่องบินที่มีเที่ยวบินตามตารางเวลาที่แน่นอนนั่นเอง
- ความปลอดภัย เพราะสายการบินควบคุมมาตรฐานด้านการขนส่งได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อความปลอดภัยต่อผู้โดยสาร
- สะดวกง่ายดาย เพราะในบางครั้งคุณอาจไม่จำเป็นที่ต้องเดินทางไปยังจุดจัดส่ง เพราะขนส่งมีบริการรับ-ส่ง พัสดุถึงหน้าบ้านได้อีกด้วย
- ประหยัด ทั้งด้านของเวลาในการขนส่ง ต้นทุนโดยรวม และค่าใช้จ่ายในการห่อพัสดุ เพราะขนส่งทางเครื่องบินสามารถจัดส่งได้หลายรอบในวันเดียว
การขนส่งสินค้าทางอากาศมีกี่ประเภท
สินค้าที่ได้รับอนุญาตให้ขนส่งทางอากาศมักเป็นสินค้าที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย โดยสามารถแบ่งออกเป็น 7 ประเภท ตามรายละเอียดดังนี้
- สินค้าทั่วไป (General Cargo) เช่น เอกสาร เสื้อผ้า
- สินค้าที่เน่าเสียง่าย (Perishable Cargo) เช่น ผัก ผลไม้ อาหารแช่แข็ง อาหารสด หรือขนม
- สินค้าอันตราย (Dangerous Good Cargo) เช่น น้ำหอม น้ำแข็งแห้ง ยา หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์
- สินค้ามีค่า (Valuable Cargo) เช่น ทอง เพชร พลอย หรือทับทิม
- สัตว์มีชีวิต (Live Animal Cargo) เช่น สุนัข แมว นก ปลา หรือสัตว์อื่น ๆ
- การส่งสินค้าแบบด่วนพิเศษ (Express Cargo)
- การขนส่งศพ (Human Remain Cargo)
https://www.shutterstock.com/image-photo/miami-fl-3-may-2017-baggage-638249356
(Alt: การขนส่งสัตว์เลี้ยงทางอากาศ)
วิธีเลือกใช้บริการการขนส่งสินค้าทางอากาศ
ในการเลือกบริการขนส่งสินค้าทางอากาศ คุณควรคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ให้ดีก่อน เพราะถ้าหากเลือกส่งสินค้าที่ไม่เหมาะสมอาจจะทำให้เสียเงินโดยไม่จำเป็นได้ และนี่คือลักษณะสินค้า 5 รูปแบบที่คุณควรใช้บริการส่งของด้วยเครื่องบิน
- ลักษณะสินค้า เช่น สินค้าที่มีระยะเวลาหมดอายุ (เน่าเสียง่าย) หรือสินค้าที่มีมูลค่าสูง
- ความต้องการ เช่น สินค้าตามฤดูกาล หรือต้องการความเร่งด่วนฉุกเฉิน เป็นต้น
- ปัญหาที่ต้องการแก้ เช่น ปัญหาสินค้าเสียหาย สูญหาย หรือต้นทุนการทำธุรกิจ
- สถานที่ เช่น พื้นที่ห่างไกล หรือไม่ติดทะเล ที่ไม่สามารถดินทางด้วยวิธีการอื่นได้
การขนส่งสินค้าทางอากาศมีค่าใช้จ่ายเท่าไร ?
การส่งของทางเครื่องบินในประเทศและต่างประเทศ มีราคาค่าใช้จ่ายสำหรับดำเนินการที่คุณจำเป็นต้องชำระ โดยแบ่งเป็นส่วนต่าง ๆ ดังนี้
ค่าระวางการขนส่งสินค้าทางอากาศ
ค่าระวางการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Airfreight) คือค่าบริการขนส่งหลักที่แต่ละสายการบินกำหนดขึ้นมา โดยสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
- ค่าระวางสำหรับสินค้าทั่วไป มี 3 อัตรา ได้แก่
- อัตราปกติน้ำหนักไม่เกิน 45 กิโลกรัม
- อัตราตามจำนวนน้ำหนักสำหรับสินค้ามากกว่า 45 กิโลกรัม
- อัตราเรียกเก็บขั้นต่ำ
- ค่าระวางสำหรับสินค้าพิเศษ มี 2 อัตรา ได้แก่
- สินค้าพิเศษบางประเภท เช่น สิ่งมีชีวิต ของมีค่า สินค้าอันตราย
- สินค้าที่มีการกำหนดค่าระวางพิเศษ ส่งออกเป็นประจำ ในปริมาณมาก เช่น ผัก ผลไม้
โดยวิธีคำนวณน้ำหนักสินค้าในการขนส่งสินค้าทางอากาศทำได้ทั้งหมด 2 รูปแบบ และต้องนำค่าที่หาได้มากที่สุดมาการชำระเงิน แบ่งเป็น
- จากน้ำหนักรวมที่ชั่งได้ ใช้หน่วยเป็นกิโลกรัม
- จากน้ำหนักปริมาตร โดยคิดจากขนาดของบรรจุสินค้า (กว้าง x ยาว x สูง)
ค่าธรรมเนียมความเสี่ยง
ค่าธรรมเนียมความเสี่ยง (Crisis Surcharge) คือค่าใช้จ่ายอีกส่วนหนึ่งในคุณต้องชำระสำหรับการขนส่งทางเครื่องบิน โดยราคาจะถูกแบ่งตามน้ำหนักของสินค้าแต่ละชิ้น และโซนพื้นที่ของปลายทาง ซึ่งแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่
- TC 1 อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้และหมู่เกาะใกล้เคียง
- TC 2 ยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง
- TC 3 เอเชีย และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
ค่าธรรมเนียมน้ำมัน
ค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) คือค่าใช้จ่ายสำหรับการเติมน้ำมัน เพื่อขนส่งที่ทางสายการบินคำนวณจากระยะทางที่ทำการขนส่ง โดยอาจขึ้นอยู่กับพื้นที่และน้ำหนักของสินค้าที่คุณต้องการส่ง
https://www.shutterstock.com/image-photo/loading-cargo-containers-plane-airport-ground-1903245409
(Alt: วิธีเก็บสินค้าสำหรับขนส่งเครื่องบิน)
ค่าธรรมเนียมคลังสินค้า
ค่าธรรมเนียมคลังสินค้า (Terminal Charge) ปัจจุบันการขนส่งพัสดุทางเครื่องบินระหว่างประเทศ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ มีคลังสินค้าที่ให้บริการ 2 ราย คือ การบินไทย (TG) และ Bangkok Flight Services (BFS) ซึ่งแต่ละที่ก็มีค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันให้คุณได้เลือก
ค่าใบตราส่งสินค้าทางอากาศ
ค่าใบตราส่งสินค้าทางอากาศ (Air Waybill Fee) สำหรับการนำเอกสารสำคัญอย่าง ใบตราส่งสินค้าทางอากาศที่คุณต้องยื่นเมื่อดำเนินการ เพื่อนำไปรับสินค้ายังปลายทาง โดยมี 2 ประเภท ได้แก่
- House Air Waybill ออกโดยบริษัทตัวแทน และมีชื่อของผู้ส่งออก
- Master Air Waybill ออกโดยสายการบิน ลงนามโดยสายการบิน และมีชื่อของผู้ส่งออก
เลือกใช้บริการขนส่งทางอากาศกับ Bird Express
BIRD Express เรามีบริการที่ช่วยให้คุณดำเนินการขนส่งสินค้าทางอากาศภายในประเทศได้ง่ายดาย และสะดวกยิ่งขึ้น เพราะเราช่วยเป็นตัวกลางในทุก ๆ ขั้นตอน ตั้งแต่การเรียกรถเข้ารับพัสดุ คำนวณค่าขนส่ง ยื่นเอกสาร ไปจนถึงเรียกรถนำส่งพัสดุที่ปลายทางของคุณ อีกทั้งยังมีบริการค้นหาสินค้า วัตถุดิบอาหารให้แก่ร้านค้า เพื่อสนับสนุนสินค้าจากเกษตรกรและชาวประมงทั่วประเทศไทย
บริการทั้งหมดที่เราได้กล่าวมานี้ ครอบคลุมมากถึง 4 ภาค และ 12 จังหวัด ในหลากหลายสายการบิน ไม่ว่าจะเป็น Thai Airways, Air Asia, Lion Air หรือ Vietjet เพื่อให้สินค้าของคุณถูกขนส่งได้อย่างรวดเร็ว ภายใน 1-2 วัน
สนใจให้เราช่วยส่งพัสดุทางอากาศ อ่านรายละเอียดที่ https://www.birdexpress.co.th/
